บอล ความหมาย

บอล ความหมาย

บอล ความหมาย ตอนนี้บอลโลกเป็นอภิมหามหกรรมกีฬาที่คนทั้งโลกคอย จำนวนเงินกระจายกระทั่งนับเลขศูนย์ไม่ไหว แต่ว่าก้าวแรกของมันมิได้สวยงามนัก เริ่มอย่างทุลักทุเล ดำเนินไปอย่างขลุกขลัก แล้วจบลงไปแบบเฉยๆสำหรับบอลโลกทีแรกนั้นอย่าว่าแต่ว่ารอบเลือกสรรเลย ขนาดสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติเชื้อเชิญแล้วหลายๆประเทศยังไม่ค่อยต้องการจะไปแข่งขัน และก็ที่โชคร้ายที่สุดก็คือไทยเองก็เป็นเยี่ยมในประเทศที่ไม่ยอมรับบอลโลกในขณะที่เคยได้รับชักชวนแล้วแท้ๆ!

บอล ความหมาย

 
บอล ความหมาย ปฐมบทบอลโลกในสมัยเศรษฐกิจโลกซึมเซาตั้งแต่ FIFA จัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี 1904 จุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดอันหนึ่งของสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติเป็นการจัดแข่งขันทัวร์นาเมนต์บอลระดับนานาชาติ แต่ว่ากว่าที่มันจะเป็นจริงได้จะต้องรอคอยไปอีกมากยิ่งกว่ายี่สิบปีการบรรลุผลของการจัดชิงชัยบอลในโอลิมปิกทำให้สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติเริ่มมองเห็นแนวทางที่จะจัดแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติของตนบ้าง ปี 1928 สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติได้จัดสัมมนาใหญ่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัมและก็ลงความเห็นจะจัดแข่งฟุตบอลโลก โน่นเป็นตอนที่เศรษฐกิจโลกกำลังเริ่มจะมีแนวโน้มไปได้ดีข้างหลังการฟื้นฟูสภาพจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ฮังการี, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์ ประเทศสเปน ประเทศสวีเดน และก็อุรุกวัยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ สุดท้ายสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติเลือกอุรุกวัยเป็นเจ้าภาพเพื่อร่วมฉลอง 100 ปีรัฐธรรมนูญฉบับแรกของอุรุกวัยข้างหลังประกาศเอกราช (นอกเหนือจากนี้ตอนนั้นอุรุกวัยยังเป็นโคตรทีมสุดยอดที่ครองแชมป์โอลิมปิก 1924 รวมทั้ง 1928 สองครั้งติดต่อกัน)

แต่ว่าอย่างที่กล่าวว่าทางของปฐมบทบอลโลก มิได้โรยด้วยกลีบดอกกุหลาบ เนื่องจากว่าปี 1929 เกิดเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า Wall Street Crash ตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกาหมอบราบไม่มีชิ้นดี (ชี้แจงแบบหยาบๆก็ลองนึกดูตอนวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี พุทธศักราช 2540) มันแปลงอนาคตที่เจริญให้แปลงเป็นตอนนี้ที่รุ่งริ่ง เศรษฐกิจซบเซาไปทั่วทุกหนแห่ง แล้วก็โลกก็ไปสู่ภาวการณ์ที่เรียกว่า Great Depressionที่แปลให้บันเทิงใจๆคงจะได้ว่าเศรษฐกิจเศร้าใจบอลโลกคราวแรกเมื่อปี 1930 เกิดมาภายใต้เหตุการณ์โลกอย่างงั้น ประกอบกับที่เทคโนโลยีการขนส่งยังไม่ดีอย่างตอนนี้ มันก็เลยเป็นปฐมบทที่แสนจะทุลักทุเลความยากลำบากของการเริ่มต้นด้วยเศรษฐกิจโลกที่กำลังต่ำและก็การติดต่อที่ยังไม่สบาย บอลโลกคราวแรกเกือบเปลี่ยนเป็นบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติของทวีปอเมริกา เนื่องจากว่าประเทศจากยุโรปไม่ได้อยากจะไปร่วมแข่งขันด้วยเลย มีเพียงแค่ประเทศในแถบทวีปอเมริกาแค่นั้น ที่พอใจร่วมแข่งขัน

 

179

เวลานี้สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติยังมีสมาชิกทั้งหมดทั้งปวงเพียงแค่ 41 ประเทศ สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติก็ร่อนเทียบเคียงชักชวนทุกประเทศให้มาร่วมแข่งขันโดยที่ไม่ต้องคัดอะไร แต่ว่าเมื่อถึงเดดไลน์การตอบกลับกลับปรากฏว่าไม่มีประเทศจากยุโรปตกลงมาร่วมแข่งขันเลย หลายๆประเทศที่เคยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพยังไม่สนใจจะมาแข่งขัน จนถึงอุรุกวัยรวมทั้งสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติเสนอว่าจะออกค่าใช้สอยให้สุดแต่ก็ยังไม่มีผู้ใดมา

ปัญหาสำคัญที่ทำให้ประเทศในยุโรปไม่ยอมรับการไปแข่งฟุตบอลโลกที่อุรุกวัยก็เพราะว่าภาวะเศรษฐกิจรวมทั้งการเดินทาง ประเทศต่างๆได้รับผลพวงจาก Great Depression ทำให้การใช้ชำระเงินเพื่อส่งกลุ่มบอลไปแข่งขันผ่านทวีปเกิดเรื่องสุรุ่ยสุร่ายเกินเหตุ นักเตะจำนวนไม่ใช่น้อยมิได้เล่นบอลเป็นอาชีพ พวกเขามีงานประจำที่ไม่ได้ไปทำงานไปนานๆมิได้ รวมทั้งที่สำคัญเป็นการเดินทาง

ในสมัย 1930 นั้นการติดต่อแตกต่างจากทุกๆวันนี้มากมาย อย่าพึ่งระลึกถึงการเช่าเรือบินเหมาลำอย่างนักบอลปัจจุบันนี้ เพราะเหตุว่ากว่าการเดินทางด้วยเรือบินในเชิงการค้าจะเริ่มแพร่หลายก็จำเป็นต้องข้างหลังสงครามโลกครั้งที่สองนู้น การเดินทางจากยุโรปไปอเมริกาใต้เวลานี้จะต้องไปทางน้ำเดินมหาสมุทร แล้วก็ใช้เวลายาวนานหลายสัปดาห์ โน่นทำให้ประเทศจากยุโรปต่างพากันเฉยเมยต่อจดหมายเชิญชวนไปบอลโลกคราวแรกบอลโลกทีแรกจะไม่มีทีมจากมหาทวีปอย่างยุโรปเลยก็อย่างไรอยู่ โน่นทำให้สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติอยู่เฉยมิได้ สุดท้ายก็จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงด้านในพามาจนได้ 4 ชาติ โดยมากก็ใช้เส้นของคนภายในสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติเองนี่แหละ ไล่ตั้งแต่ประธานสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติอย่าง Jules Rimet ก็ไปคะยั้นคะยอประเทศฝรั่งเศสถิ่นกำเนิดของเขาให้มาร่วมแข่งขัน ลิงค์ ufabet.com ส่วน Rodolphe Seeldrayers รองประธานสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติที่เป็นชาวเบลเยียมก็ไปดึงเอาประเทศเบลเยี่ยมมาเข้าแข่งขันยิ่งกว่านั้นยังได้รับการเกื้อกูลจาก King Carol II กษัตริย์โรมาเนียที่พึ่งขึ้นครองราชย์ช่วยส่งโรมาเนียเข้าแข่งขัน โดยทั้งยังเลือกผู้เล่นด้วยตัวเอง แล้วก็ช่วยไปคุยกับผู้ว่าจ้างของนักบอลว่าจะยืมตัวไปแข่งขัน 3 เดือน โดยอย่าไล่นักบอลออกจากงาน (ยุคนั้นนักบอลจำนวนมากมิได้เล่นอาชีพอย่างทุกๆวันนี้ ยังจำต้องหาเลี้ยงชีพกันอยู่) ยิ่งไปกว่านี้ King Carol II ยังช่วยชักชวนให้ยูโกสลาเวียส่งเข้าแข่งขันอีกชาติ รวมทั้งสิ้นในบอลโลกคราวนี้มีชาติจากยุโรปก็แค่ 4 ชาติ

 

หลังจากได้ทีมเข้าแข่งแล้ว ความทุลักทุเลลำดับต่อไปคือการเดินทาง แต่ละชาติไม่ได้มีพาหนะส่วนตัว ต้องเดินทางด้วยเรือลำเดียวกัน เรือหลักที่ใช้เดินทางไปอุรุกวัยเป็นเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ชื่อว่า Conte Verde เริ่มออกเดินทางจากท่าเรือที่เจนัวเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 1930 ค่อยๆแวะรับรายทางตั้งแต่โรมาเนีย ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม แล้วออกแล่นข้ามมหาสมุทรสู่ทวีปอเมริกาใต้ (ขนาด Jules Rimet ประธานฟีฟ่าเองก็ยังต้องเดินทางไปกับเรือลำนี้ พร้อมทั้งแบกเอาถ้วยรางวัลไปด้วย) หลังจากนั้นก็ไปแวะรับทีมชาติบราซิลที่กรุงริโอเดอจาเนโร สุดท้ายไปถึงอุรุกวัยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1930 รวมเวลาที่ใช้เดินทางทั้งหมด 14 วัน

การเดินทางไกลด้วยเรือเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์ดูจะเป็นอะไรที่ยากลำบากเอามากๆ UFABETแทงบอล โดยเฉพาะกับนักกีฬากำลังจะไปแข่ง Lucien Laurent นักเตะทีมชาติฝรั่งเศสชุดนั้นเล่าถึงประสบการณ์เดินทางครั้งประวัติศาสตร์ไว้ว่า ตลอดการเดินทางนั้น พวกเขาต้องพยายามรักษาความฟิตของร่างกายเอาไว้ให้ได้ พวกเขาออกมาวิ่งบนดาดฟ้าเรือทุกวัน ต้องยกน้ำหนัก ยืดเส้น บ้างก็วิ่งขึ้นลงบันได ไม่อย่างนั้นถ้ามัวแต่นั่งๆนอนๆบนเรือสิบกว่าวันเมื่อไปถึงก็คงไม่มีแรงแข่งกันพอดี

อันที่จริงแล้ว 14 วันนี่คือการเดินทางขาไปอย่างเดียว ถ้ารวมการเดินทางขากลับและเวลาที่ต้องแข่งในทัวร์นาเมนต์แล้วมันยิ่งยาวกว่านั้น แต่ละชาติจากยุโรปที่ไปแข่งต้องจากบ้านไปทั้งหมดร่วมๆ 3 เดือน แล้วยิ่งเป็นช่วงที่การสื่อสารไม่ได้สะดวกนัก ข่าวสารเดินทางช้า ชะตากรรมสำหรับผู้ออกเดินทางไกลนี้ก็ดูจะเป็นอะไรที่น่าเป็นห่วงสำหรับคนรออยู่ที่บ้านพอสมควร

ระหว่างการเดินทางกลับ Alfred Eisenbeisser Feraru นักเตะทีมชาติโรมาเนียป่วยเป็นโรคปอดบวมอย่างรุนแรง เมื่อเรือมาเทียบท่าที่เจนัวเขาก็ถูกส่งเข้ารับการรักษา แต่ก็อาการหนักมากจนสต๊าฟฟ์และเพื่อร่วมทีมคิดว่าคงไม่รอดแน่ๆแล้ว พวกเขาจึงทิ้ง Feraru ไว้ที่เจนัวแล้วเดินทางกลับโรมาเนียไปพร้อมกับแจ้งข่าวร้าย ชาวโรมาเนียเข้าใจกันว่า Feraru ตายไปแล้ว แม่ของเขากำลังเตรียมที่จะจัดพิธีศพให้แล้วด้วยซ้ำ แต่หลังจากนั้น Feraru ที่เอาชนะความตายได้ก็กลับไป สร้างความตกตะลึงกันไม่น้อย (หลังจากนั้นเขาก็กลับไปเล่นฟุตบอลอีก ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็เล่นฟิกเกอร์สเก็ตจนได้ไปแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวปี 1936 ด้วย)

การแข่งขันที่ขลุกขลัก

ไม่เพียงแต่สภาพเศรษฐกิจและการเดินทางอันยากลำบากเท่านั้น การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกที่อุรุกวัยก็มีเรื่องขลุกขลักอีกหลายอย่าง

เดิมทีฟีฟ่าตั้งใจให้ทัวร์นาเมนต์นี้แข่งกันแบบแพ้คัดออก แต่เมื่อเห็นว่าแต่ละทีมเดินทางมาอย่างยากลำบาก ถ้ามีทีมไหนที่เริ่มมาก็แพ้จนได้เล่นแค่นัดเดียวก็ดูจะโหดร้ายเกินไป ฟีฟ่าจึงเปลี่ยนให้รอบแรกเล่นแบบแบ่งกลุ่ม อย่างน้อยได้เล่นกันทีมละ 2-3 นัดก็คงจะคุ้มกับเวลาเดินทางขึ้นบ้าง

การจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างขาดๆเกินๆ หลายครั้งที่มีปัญหาความรุนแรงในสนามจนไม่สามารถระงับได้ บางครั้งแฟนบอลก็กรูกันลงมาที่สนาม หรือบางนัดไม่มีผู้ตัดสินจนต้องให้สต๊าฟของทีมอื่นมาเป็นผู้ตัดสินด้วยซ้ำ

อย่าเพิ่งนึกถึงความคลั่งไคล้ฟุตบอลโลกที่ต้องแย่งตั๋วกันจะเป็นจะตายอย่างทุกวันนี้ สมัยนั้นหลายๆนัดที่เจ้าภาพ (หรือชาติใกล้เคียง) ไม่ได้ลงแข่งก็มีผู้ชมแค่หยิบมือ การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มระหว่างเปรูกับโรมาเนียมีคนดูแค่ 300 คน เป็นสถิติคนดูน้อยที่สุดของฟุตบอลโลกมาจนทุกวันนี้ (และคงเป็นสถิติตลอดกาลที่ไม่มีใครอยากทำลาย)

ฟุตบอลโลกในตอนนั้นยังไม่ได้เป็นอภิมหามหกรรมกีฬาที่คนทั้งโลกรอคอยอย่างทุกวันนี้ Lucien Laurent จากฝรั่งเศสผู้เป็นคนทำประตูแรกของฟุตบอลโลกพูดถึงมันไว้ว่า “อันที่จริงแล้วตอนนั้นผมไม่คิดเลยว่าลูกยิงของผมมันจะสำคัญ เราไม่คาดคิดเลยว่าฟุตบอลโลกจะยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ ผมจำได้ว่าเมื่อผมกลับไปที่บ้านเกิด ผมเห็นแค่ข่าวเล็กๆข่าวเดียวที่พูดถึงมัน ฟุตบอลในตอนนั้นยังเพิ่งจะเริ่มเตาะแตะ”

ฟุตบอลโลกตอนนั้นยังไม่ได้สำคัญขนาดไหน? ก็ขนาดที่มีบันทึกไว้ว่า Manuel Ferreira กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินายอมที่จะพลาดการลงเล่นบางนัดเพื่อกลับประเทศไปเข้าสอบวิชากฎหมาย! (ประเทศอุรุกวัยกับอาร์เจนตินาอยู่ติดกัน)

เรื่องเพี้ยนๆในการแข่งยังมีอีก อย่างเช่นนัดอาร์เจนตินากับฝรั่งเศส ขณะที่ฝรั่งเศสกำลังบุกหนักจนเกือบได้ประตูตีเสมอ ผู้ตัดสินก็เป่าหมดเวลาไปซะอย่างนั้น ทั้งที่จริงๆยังเหลืออีก 6 นาที สุดท้ายหลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงก็ต้องไปตามนักฟุตบอลทั้งสองฝ่ายมาลงแข่งใน 6 นาทีที่เหลือ ทั้งที่บางคนเข้าห้องอาบน้ำไปแล้วด้วยซ้ำ

นัดชิงชนะเลิศครั้งแรกของฟุตบอลโลกเป็นการโคจรมาเจอกันระหว่างเจ้าภาพอุรุกวัยกับคู่ปรับสำคัญอย่างอาร์เจนตินา ในยุคนั้นทั้งคู่เป็นมหาอำนาจทางฟุตบอลที่ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น (ส่วนบราซิลนั้นตกรอบไปตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม) เมื่อโอลิมปิก 1928 อุรุกวัยก็เพิ่งเฉือนชนะอาร์เจนตินาในนัดชิง

ประเทศอุรุกวัยกับอาร์เจนตินามีพรมแดนติดกัน กั้นไว้เพียงด้วยแม่น้ำ Río de la Plata หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า River Plate ชาวอาร์เจนตินาร่วมหมื่นจึงข้ามแม่น้ำเข้ามาเชียร์ในสนามด้วย

บทสรุปความขลุกขลักของปฐมบทฟุตบอลโลกน่าจะรวบยอดเอาไว้ได้ที่นัดชิงชนะเลิศนี้ เพราะทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ว่าจะใช้ลูกฟุตบอลแบบไหนในการแข่ง ท้ายที่สุดต้องพบกันครึ่งทาง ครึ่งแรกใช้ลูกบอลของอาร์เจนตินา ครึ่งหลังใช้ลูกบอลของอุรุกวัย ถ้าดูเทียบกับสกอร์ก็จะยิ่งน่าสนุก เพราะครึ่งแรกอาร์เจนตินานำอยู่ 2-1 พอครึ่งหลังเปลี่ยนมาใช้บอลของอุรุกวัยก็ทำให้พวกเขาพลิกมาชนะได้ 4-2 อุรุกวัยเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรก (ฟุตบอลโลกครั้งต่อมาที่อิตาลีปี 1934 อุรุกวัยบอยคอตต์ไม่เข้าแข่งเพื่อแก้เผ็ด ที่ครั้งก่อนทีมจากยุโรปไม่ค่อยยอมไปกัน ทำให้อุรุกวัยก็เป็นแชมป์โลกชาติเดียวที่ไม่ไปป้องกันแชมป์) 

สยามผู้ปฏิเสธฟุตบอลโลก

อันที่จริงแล้วฟุตบอลโลกครั้งแรกน่าจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งที่ทีมชาติไทยเข้าใกล้การได้ไปฟุตบอลโลกมากที่สุดแล้ว เพราะสยามก็น่าจะได้รับเชิญไปแข่งฟุตบอลโลก 1930 ที่อุรุกวัยด้วยเช่นกัน แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีชื่อสยามอยู่ในฟุตบอลโลกครั้งนั้น

สมาคมฟุตบอลแห่งชาติสยาม (หรือที่ปัจจุบันก็คือสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ) เข้าเป็นสมาชิกฟีฟ่ามาตั้งแต่ปี 1925 แล้ว หมายความว่าในฟุตบอลโลก 1930 ที่ฟีฟ่าเชิญทุกชาติที่เป็นสมาชิกเข้าร่วมด้วยนั้น สยามเองก็ต้องได้รับเชิญด้วยเช่นกัน แต่ทำไมสยามในตอนนั้นถึงไม่ได้ไปฟุตบอลโลก?

คำอธิบายที่เป็นไปได้มากที่สุด น่าจะเพราะเหตุผลทางการเดินทางและเศรษฐกิจเช่นเดียวกันกับหลายๆประเทศในยุโรป ยิ่งสำหรับสยาม ณ เวลานั้นแล้ว สองเหตุผลนี้น่าจะเป็นอะไรที่หนักหน่วงยิ่งกว่า

เหตุผลอันแรกเรื่องการเดินทาง ถ้าคิดว่าระยะทางจากยุโรปไปอุรุกวัยนั้นไกลแล้ว ระยะทางจากสยามไปถึงอุรุกวัยนั้นไกลยิ่งกว่า ตีตัวเลขคร่าวๆคือจากยุโรปน่าจะประมาณหนึ่งหมื่นกิโลเมตร ขณะที่จากสยามยิ่งไกลไปจนถึงประมาณเกือบๆสองหมื่นกิโลเมตรด้วยซ้ำ นอกจากนี้ประสิทธิภาพของเรือจากสยามก็คงเทียบกับเรือของยุโรปไม่ได้ ถ้าเรือ UFABET Conte Verdeใช้เวลาเดินทาง 14 วัน เรือจากสยามคงใช้เวลาเป็นเดือน (หรือถ้าจะต้องไปต่อเรือที่ยุโรปที่รอบก็คงลำบากยิ่งขึ้นไปอีก)

เหตุผลที่สองคือเรื่องเศรษฐกิจ จากที่เศรษฐกิจทั่วทั้งโลกตกต่ำจาก Great Depressionสยามในตอนนั้นก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ซ้ำร้าย ก่อนนั้นสยามเองก็กำลังย่ำแย่อยู่แล้ว รายจ่ายมากกว่ารายได้มาหลายปี ยิ่งมาโดนผลกระทบจาก Great Depressionอีกก็ยิ่งย่ำแย่ (อันที่จริงถ้าแปลงค.ศ.เป็นพ.ศ.ก็น่าจะยิ่งเห็นภาพชัดขึ้น เพราะฟุตบอลโลก 1930 ก็คือพ.ศ. 2473 แค่ 2 ปีก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ. 2475 ซึ่งเศรษฐกิจของประเทศที่ย่ำแย่ก็เป็นเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองด้วย) เรียกได้ว่าตอนนั้นการส่งทีมฟุตบอลนั่งเรือเป็นเดือนๆไปแข่งฟุตบอลโลก (ที่ก็ยังไม่ได้ใหญ่โตอย่างทุกวันนี้) ในอีกซีกโลกหนึ่งคงเป็นอะไรที่ฟุ่มเฟือยเกินไปมากๆ

เพื่อนร่วมชะตากรรมจากเอเชียอีกประเทศคือญี่ปุ่น ที่ตอนนั้นก็เป็นสมาชิกฟีฟาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปแข่งเหมือนกัน

แต่ชาวไทยและชาวญี่ปุ่นก็อย่าเพิ่งเสียใจกันไป ที่น่าเสียดายที่สุดน่าจะต้องยกให้อียิปต์ เพราะพวกเขาตอบรับจะไปแข่งแล้ว กำลังล่องเรือจากแอฟริกาเพื่อไปต่อเรือที่ยุโรปแล้วด้วยซ้ำ แต่ปรากฏว่าเรือจากแอฟริกาที่พวกเขาโดยสารมาเจอพายุระหว่างทางทำให้ไปไม่ทันเรือที่จะไปอุรุกวัย พลาดฟุตบอลโลกครั้งแรกไปอย่างน่าเสียดาย นี่น่าจะเป็นการผิดหวังครั้งใหญ่ครั้งแรกสุดของฟุตบอลโลก ที่ชาติหนึ่งต้องกระเด็นออกจากฟุตบอลโลกทั้งที่ฟุตบอลโลกยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ

ติดตามข่าวฟุตบอลได้ที่: ข่าวฟุตบอลล่าสุด,ผลบอล ย้อนหลัง,livescoreบอลสด;UFABET, สมัครแทงบอล,คาสิโนออนไลน์, ufa-th

https://www.ufa-thai.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *